วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สมบัติผู้ดี

สมบัติผู้ดี คือหลักปฏิบัติ 10 ประการ ของผู้ที่มี กาย วาจา ใจ อันสุจริต ซึ่ง เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ในสมัยรัชกาลที่ 6 ขณะมีบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ได้เรียบเรียงเป็นหนังสือชื่อ "สมบัติของผู้ดี" เมื่อปี พ.ศ. 2455 แต่เรียกกันโดยทั่วไปว่าหนังสือ "สมบัติผู้ดี"
หนังสือ "สมบัติของผู้ดี" แบ่งเนื้อหาออกเป็น 10 บท แต่ละบทกล่าวถึงหลักปฏิบัติแต่ละประการโดยแยกย่อยเป็น กายจริยา วจีจริยา และ มโนจริยา มีรายละเอียดดังนี้

เนื้อหา

[ซ่อน]

[แก้] บทที่ 1 : ผู้ดี ย่อมรักษา ความเรียบร้อย

  • กายจริยา
  1. ย่อมไม่ใช้กิริยาอันข้ามกรายบุคคล
  2. ย่อมไม่อาจเอื้อมในที่ต่ำสูง
  3. ย่อมไม่ล่วงเกินถูกต้องผู้อื่น ซึ่งไม่ใช่หยอกกันฐานเพื่อน
  4. ย่อมไม่เสียดสี กระทบกระทั่งกายบุคคล
  5. ย่อมไม่ลุกนั่งเดินเหินให้พรวดพราดโดนผู้คนหรือสิ่งของแตกเสียหาย
  6. ย่อมไม่ส่งของให้ผู้อื่น ด้วยกิริยาอันเสือกไสผลักโยน
  7. ย่อมไม่ผ่านหน้าหรือบังตาผู้อื่น เมื่อเขาดูสิ่งใดอยู่ เว้นแต่เป็นที่เฉพาะไป
  8. ย่อมไม่อื้ออึง เมื่อเวลาผู้อื่นทำกิจ
  9. ย่อมไม่อื้ออึง ในเวลาประชุมสดับตรับฟัง
  10. ย่อมไม่แสดงกิริยาตึงตัง หรือพูดจาอึกทึกในบ้านแขก
  • วจีจริยา
  1. ย่อมไม่สอดสวนวาจาหรือแย่งชิงพูด
  2. ย่อมไม่พูดด้วยเสียงอันดังเหลือเกิน
  3. ย่อมไม่ใช้เสียงตวาด หรือพูดจากระโชกกระชาก
  4. ย่อมไม่ใช้วาจาอันหักหาญดึงดัน
  5. ย่อมไม่ใช้ถ้อยคำอันหยาบคาย
  • มโนจริยา
  1. ย่อมไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านกำเริบหยิ่งโยโส
  2. ย่อมไม่บันดาลโทสะให้เสียกิริยา

[แก้] บทที่ 2 : ผู้ดี ย่อมไม่ทำอุจาดลามก

  • กายจริยา
  1. ย่อมใช้เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวอันสะอาด และแต่งโดยเรียบร้อยเสมอ
  2. ย่อมไม่แต่งตัวในที่แจ้ง
  3. ย่อมไม่จิ้มควักล้วงแคะ แกะเการ่างกายในที่ประชุมชน
  4. ย่อมไม่กระทำการ ที่ควรจะทำในที่ลับในที่แจ้ง
  5. ย่อมไม่หาวเรอ ให้ปรากฏในที่ประชุมชน
  6. ย่อมไม่จามด้วยเสียงอันดัง และโดยไม่ป้องกำบัง
  7. ย่อมไม่บ้วนขากด้วยเสียงอันดัง หรือให้เปรอะเปื้อน ให้เป็นที่รังเกียจ
  8. ย่อมไม่ลุกลนเลอะเทอะ มูมมามในการบริโภค
  9. ย่อมไม่ถูกต้อง หรือหยิบยื่นสิ่งของ ที่ผู้อื่นจะบริโภคด้วยมือตน
  10. ย่อมไม่ล่วงล้ำ ข้ามหยิบ ของบริโภคผ่านหน้าผู้อื่น ซึ่งควรขอโทษ และขอให้เขาส่งให้
  11. ย่อมไม่ละลาบละล้วง เอาของผู้อื่นมาใช้ในการบริโภค เช่น ถ้วยน้ำ และผ้าเช็ดมือ เป็นต้น
  12. ย่อมไม่เอาเครื่องใช้ของตน เช่น ช้อนส้อมไปล้วงตัก สิ่งบริโภคซึ่งเป็นของกลาง
  13. ย่อมระวัง ไม่พูดจาตรงหน้าผู้อื่น ให้ใกล้ชิดเหลือเกิน
  • วจีจริยา
  1. ย่อมไม่กล่าวถึงสิ่งโสโครก พึงรังเกียจในท่ามกลางประชุมชน
  2. ย่อมไม่กล่าวถึงสิ่งควรปิดบัง ในท่ามกลางประชุมชน
  • มโนจริยา
  1. ย่อมพึงใจที่จะรักษาความสะอาด

[แก้] บทที่ 3 : ผู้ดี ย่อมมีสัมมาคารวะ

  • กายจริยา
  1. ย่อมนั่งด้วยกิริยาอันสุภาพ เฉพาะหน้าผู้ใหญ่
  2. ย่อมไม่ขึ้นหน้าผ่านผู้ใหญ่
  3. ย่อมไม่หันหลังให้ผู้ใหญ่
  4. ย่อมแหวกที่ หรือให้ที่นั่งอันสมควรแก่ผู้ใหญ่ หรือผู้หญิง
  5. ย่อมไม่ทัดหรือคาบบุหรี่ คาบกล้อง และสูบให้ควันไปรมผู้อื่น
  6. ย่อมเปิดหมวก เมื่อเข้าชายคาบ้านผู้อื่น
  7. ย่อมเปิดหมวกในที่เคารพ เช่น โบสถ์ วิหาร ไม่ว่าแห่งศาสนาใด
  8. ผู้น้อยย่อมเคารพผู้ใหญ่ก่อน
  9. ผู้ชายย่อมเคารพผู้หญิงก่อน
  10. ผู้ลาย่อมเป็นผู้เคารพก่อน
  11. ผู้เห็นก่อนโดยมากย่อมเคารพก่อน
  12. แม้ผู้ใดเคารพตนก่อน ย่อมต้องตอบเขาทุกคน ไม่เฉยเสีย
  • วจีจริยา
  1. ย่อมไม่พูดจาล้อเลียนหลอกลวงผู้ใหญ่
  2. ย่อมไม่กล่าวร้าย ถึงญาติมิตรที่รักใคร่นับถือ ของผู้ฟังแก่ผู้ฟัง
  3. ย่อมไม่กล่าววาจา อันติเตียนสิ่งเคารพ หรือที่เคารพของผู้อื่นแก่ตัวเขา
  4. เมื่อจะขอทำล่วงเกินแก่ผู้ใด ย่อมต้องขออนุญาตตัวเขาเสียก่อน
  5. เมื่อตนทำพลาดพลั้งสิ่งใด แก่บุคคลผู้ใด ควรออกวาจาขอโทษเสมอ
  6. เมื่อผู้ใดได้แสดงคุณต่อตนอย่างไร ควรออกวาจาขอบคุณเขาเสมอ
  • มโนจริยา
  1. ย่อมเคารพยำเกรง บิดา มารดา และอาจารย์
  2. ย่อมนับถือนอบน้อมต่อผู้ใหญ่
  3. ย่อมมีความอ่อนหวานแก่ผู้น้อย

[แก้] บทที่ 4 : ผู้ดี ย่อมมีกิริยาเป็นที่รัก

  • กายจริยา
  1. ย่อมไม่ฝ่าฝืนเวลานิยม คือ ไม่ไปใช้กิริยายืน เมื่อเขานั่งกับพื้น และไม่ไปนั่งกับพื้น เมื่อเวลาเขายืนเดินกัน
  2. ย่อมไม่ไปนั่งนานเกินสมควร ในบ้านของผู้อื่น
  3. ย่อมไม่ทำกิริยารื่นเริงเมื่อเขามีทุกข์
  4. ย่อมไม่ทำกิริยาโศกเศร้าเหี่ยวแห้ง ในที่ประชุมรื่นเริง
  5. เมื่อไปสู่ที่ประชุมรื่นเริง ย่อมช่วยสนุกชื่นบานให้สมเรื่อง
  6. เมื่อเป็นเพื่อนเที่ยว ย่อมต้องกลมเกลียว และร่วมลำบาก ร่วมสนุก
  7. เมื่อตนเป็นเจ้าของบ้าน ย่อมต้องต้อนรับ และเชื้อเชิญแขกไม่เพิกเฉย
  8. ย่อมไม่ทำกิริยาบึกบึนต่อแขก
  9. ย่อมไม่ให้แขกต้องคอยนาน เมื่อเขามาหา
  10. ย่อมไม่จ้องดูนาฬิกา ในเวลาที่แขกยังนั่งอยู่
  11. ย่อมไม่ใช้กิริยาอันบุ้ยใบ้ หรือกระซิบกระซาบกับผู้ใด ในเวลาเมื่อตนอยู่เฉพาะหน้าผู้หนึ่ง
  12. ย่อมไม่ใช้กิริยาอันโกรธเคือง หรือดุดัน ผู้คนบ่าวไพร่ ต่อหน้าแขก
  13. ย่อมไม่จ้องดูบุคคล โดยเพ่งพิศเหลือเกิน
  14. ย่อมต้องรับส่งแขกเมื่อไปมา ในระยะเวลาอันสมควร
  • วจีจริยา
  1. ย่อมไม่เที่ยวติเตียน สิ่งของที่เขาตั้ง แต่ง ไว้ในบ้านที่ตนไปสู่
  2. ย่อมไม่กล่าวสรรเสริญรูป กาย บุคคล แก่ตัวเขาเอง
  3. ย่อมไม่พูดให้เพื่อนเก้อกระดาก
  4. ย่อมไม่พูดเปรียบเปรย เคาะแคะสตรี กลางประชุม
  5. ย่อมไม่ค่อนแคะติรูปกายบุคคล
  6. ย่อมไม่ทักถึงการร้าย โดยพลุ่งโพล่งให้เขาตกใจ
  7. ย่อมไม่ทักถึงสิ่งอันน่าอาย น่ากระดากโดยเปิดเผย
  8. ย่อมไม่เอาสิ่งที่น่าจะอายจะกระดากมาเล่าให้แขกฟัง
  9. ย่อมไม่เอาเรื่องที่เขาพึงซ่อนเร้น มากล่าวให้อับอายหรือเจ็บใจ
  10. ย่อมไม่กล่าวถึงการอัปมงคล ในเวลามงคล

[แก้] บทที่ 5 : ผู้ดี ย่อมเป็นผู้มีสง่า

  • กายจริยา
  1. ย่อมมีกิริยาอันผึ่งผายองอาจ
  2. จะยืนนั่ง ย่อมอยู่ในลำดับอันสมควร ไม่เป็นผู้แอบหลังคนหรือหลีกเข้ามุม
  3. ย่อมไม่เป็นผู้สะทกสะท้าน งกเงิ่น หยุดๆ ยั้งๆ
  • วจีจริยา
  1. ย่อมพูดจาฉะฉานชัดถ้อยความ ไม่อุบอิบอ้อมแอ้ม
  • มโนจริยา
  1. ย่อมมีความรู้จักงาม รู้จักดี
  2. ย่อมมีอัชฌาสัยอันกว้างขวาง เข้าไหนเข้าได้
  3. ย่อมมีอัชฌาสัยเป็นนักเลง ใครจะพูดหรือเล่นอันใด ก็เข้าใจและต่อติด
  4. ย่อมมีความเข้าใจว่องไว ไหวพริบรู้ทันถึงการณ์
  5. ย่อมมีใจอันองอาจกล้าหาญ

[แก้] บทที่ 6 : ผู้ดี ย่อมปฏิบัติการงานดี

  • กายจริยา
  1. ย่อมทำการอยู่ในระเบียบแบบแผน
  2. ย่อมไม่ถ่วงเวลาให้ผู้อื่นคอย
  3. ย่อมไม่ละเลยที่จะตอบจดหมาย
  4. ย่อมไม่ทำการแต่ต่อหน้า
  • วจีจริยา
  1. พูดสิ่งใดย่อมให้เป็นที่เชื่อถือได้
  2. ย่อมไม่รับวาจาคล่องๆ โดยมิได้เห็นว่าการจะเป็นได้หรือไม่
  • มโนจริยา
  1. ย่อมเป็นผู้รักษาความสัตย์ในเวลา
  2. ย่อมไม่เป็นผู้เกียจคร้าน
  3. ย่อมไม่เข้าใจว่า ผู้ดีทำอะไรด้วยตนไม่ได้
  4. ย่อมไม่เพลิดเพลิน จนละเลยให้การเสีย
  5. ย่อมเป็นผู้รักษาความเป็นระเบียบ
  6. ย่อมเป็นผู้อยู่ในบังคับบัญชา เมื่ออยู่ในหน้าที่
  7. ย่อมมีมานะในการงาน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก
  8. ย่อมเป็นผู้ทำอะไรทำจริง
  9. ย่อมไม่เป็นผู้ดึงดันในที่ผิด
  10. ย่อมปรารถนาความดี ต่อการงานที่ทำอยู่เสมอ

[แก้] บทที่ 7 : ผู้ดี ย่อมเป็นผู้ใจดี

  • กายจริยา
  1. เมื่อเห็นใครทำผิดพลาดน่าเก้อกระดาก ย่อมช่วยกลบเกลื่อน หรือทำไม่เห็น
  2. เมื่อเห็นสิ่งของ ของใครตกหรือเสื่อมเสีย ย่อมต้องหยิบยื่นให้ หรือบอกให้รู้ตัว
  3. เมื่อเห็นเหตุร้าย หรืออันตรายจะมีแก่ผู้ใด ย่อมต้องรีบช่วย
  • วจีจริยา
  1. ย่อมไม่เยาะเย้ย ถากถาง ผู้กระทำผิดพลาด
  2. ย่อมไม่ใช้วาจาอันข่มขี่
  • มโนจริยา
  1. ย่อมไม่มีใจอันโหดเหี้ยมเกรี้ยวกราดแก่ผู้น้อย
  2. ย่อมเอาใจโอบอ้อมอารีแก่ผู้อื่น
  3. ย่อมเอาใจช่วยคนเคราะห์ร้าย
  4. ย่อมไม่เป็นผู้ซ้ำเติมคนเสียที
  5. ย่อมไม่เป็นผู้อาฆาตจองเวร

[แก้] บทที่ 8 : ผู้ดี ย่อมไม่เห็นแก่ตัวฝ่ายเดียว

  • กายจริยา
  1. ย่อมไม่พักหาความสบายก่อนผู้ใหญ่ หรือผู้หญิง
  2. ย่อมไม่เสือกสนแย่งชิง ที่นั่ง หรือที่ดูอันใด
  3. ย่อมไม่เที่ยวแย่งผู้หนึ่ง มาจากผู้หนึ่ง ในเมื่อเขาสนทนากัน
  4. เป็นผู้ใหญ่ จะไปมาลุกนั่งย่อมไว้ช่องให้ผู้น้อยมีโอกาสบ้าง
  5. ในการเลี้ยงดูย่อมเผื่อแผ่ เชื้อเชิญแก่คนข้างเคียงก่อนตน
  6. ในการบริโภค ย่อมหยิบยก ยื่นส่งสิ่งของแก่ผู้อื่นต่อๆ ไปไม่มุ่งแต่กระทำกิจส่วนตน
  7. ย่อมไม่รวบสามตะกลามสี่ กวาดฉวยเอาของที่เขาตั้งไว้เป็นกลางจนเกินส่วนที่ตนจะได้
  8. ย่อมไม่แสดงความไม่เพียงพอใจในสิ่งของที่เขาหยิบยกให้
  9. ย่อมไม่นิ่งนอนใจให้เขาออกทรัพย์แทนส่วนตนเสมอ เช่น ในการเลี้ยงดู หรือใช้ค่าเดินทาง เป็นต้น
  10. ย่อมไม่ลืมที่จะส่งของ ซึ่งคนอื่นได้สงเคราะห์ให้ตนยืม
  11. การให้สิ่งของหรือเลี้ยงดูซึ่งเขาได้กระทำแก่ตน ย่อมต้องตอบแทนเขา
  • วจีจริยา
  1. ย่อมไม่ขอแยกผู้หนึ่งมาจากผู้ใด เพื่อจะพาไปพูดจาความลับกัน
  2. ย่อมไม่สนทนาแต่เรื่องตนฝ่ายเดียว จนคนอื่นไม่มีช่องจะสนทนาเรื่องอื่นได้
  3. ย่อมไม่นำธุระตนเข้ากล่าวแทรก ในเวลาธุระอื่นของเขาชุลมุน
  4. ย่อมไม่กล่าววาจาติเตียน ของที่เขาหยิบยกให้ว่าไม่ดี หรือไม่พอ
  5. ย่อมไม่ไต่ถามราคาของที่เขาได้หยิบยกให้แก่ตน
  6. ย่อมไม่แสดงราคาของที่จะหยิบยกให้แก่ผู้ใดให้ปรากฏ
  7. ย่อมไม่ใช้วาจาอันโอ้อวดตน และลบหลู่ผู้อื่น
  • มโนจริยา
  1. ย่อมไม่มีใจมักได้ เที่ยวขอของเขาร่ำไป
  2. ย่อมไม่ตั้งใจปรารถนาของรักเพื่อน
  3. ย่อมไม่พึงใจการหยิบยืมข้าวของ ทองเงินซึ่งกันและกัน
  4. ย่อมไม่หวังแต่จะพึ่งอาศัยผู้อื่น
  5. ย่อมไม่เป็นผู้เกี่ยงงอน ทอดเทการงานตนให้ผู้อื่น
  6. ย่อมรู้คุณผู้อื่นที่ได้ทำแล้วแก่ตน
  7. ย่อมไม่มีใจริษยา

[แก้] บทที่ 9 : ผู้ดี ย่อมรักษาความสุจริตซื่อตรง

  • กายจริยา
  1. ย่อมไม่ละลาบละล้วงเข้าห้องเรือนแขก ก่อนเจ้าของบ้านเขาเชิญ
  2. ย่อมไม่แลลอดสอดส่าย โดยเพ่งเล็งเข้าไปตามห้องเรือนแขก
  3. ย่อมไม่เที่ยวฉวยโน่น หยิบนี่ของผู้อื่นดูจนเหลือเกิน ราวกับว่าจะค้นหาสิ่งใด
  4. ย่อมไม่เที่ยวขอ หรือหยิบฉวยดูจดหมาย ของผู้อื่นที่เจ้าของไม่มีความประสงค์จะให้ดู
  5. ย่อมไม่เที่ยวขอ หรือหยิบฉวยดูสมุดพก หรือสมุดจดรายงานบัญชีของผู้อื่น ซึ่งตนไม่มีธุระเกี่ยวข้องเป็นหน้าที่
  6. ย่อมไม่เที่ยวนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือของผู้อื่น
  7. ย่อมไม่เที่ยวเปิดดูหนังสือ ตามโต๊ะเขียนหนังสือของผู้อื่น
  8. ย่อมไม่แทรกเข้าหมู่ผู้อื่นซึ่งเขาไม่ได้เชื้อเชิญ
  9. ย่อมไม่ลอบแอบฟังคนพูด
  10. ย่อมไม่ลอบแอบดูของลับ
  11. ถ้าเห็นเขาจะพูดความลับกัน ย่อมต้องหลบตาหรือลี้ตัว
  12. ถ้าจะเข้าห้องเรือนผู้ใด ย่อมต้องเคาะประตูหรือกล่าววาจาให้เขารู้ตัวก่อน
  • วจีจริยา
  1. ย่อมไม่ซอกแซกไต่ถามธุระส่วนตัว หรือการในบ้านของเขา ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแก่ตน
  2. ย่อมไม่เที่ยวถามเขาว่า นั่นเขียนหนังสืออะไร
  3. ย่อมไม่ถามถึงผลประโยชน์ที่เขาหาได้ เมื่อตนไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
  4. ย่อมไม่เอาการในบ้านของผู้ใดมาแสดงในที่แจ้ง
  5. ย่อมไม่เก็บเอาความลับของผู้หนึ่งมาเที่ยวพูดแก่ผู้อื่น
  6. ย่อมไม่กล่าวถึงความชั่วร้าย อันเป็นความลับเฉพาะบุคคลในที่แจ้ง
  7. ย่อมไม่พูดสับปลับ กลับกลอก ตลบตะแลง
  8. ย่อมไม่ใช้คำสบถติดปาก
  9. ย่อมไม่ใช้ถ้อยคำมุสา
  • มโนจริยา
  1. ย่อมไม่เป็นคนต่อหน้าอย่างหนึ่งลับหลังอย่างหนึ่ง
  2. ย่อมเป็นผู้รักษาความไว้วางใจของผู้อื่น
  3. ย่อมไม่แสวงประโยชน์ในทางที่ผิดธรรม
  4. ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ในความเที่ยงตรง

[แก้] บทที่ 10 : ผู้ดี ย่อมไม่ประพฤติชั่ว

  • กายจริยา
  1. ย่อมไม่เป็นพาลเที่ยวเกะกะระรั้ว และกระทำร้ายคน
  2. ย่อมไม่ข่มเหงผู้อ่อนกว่า เช่น เด็ก หรือผู้หญิง
  3. ย่อมไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เจ็บอาย เพื่อความสนุกยินดีของตน
  4. ย่อมไม่หาประโยชน์ ด้วยอาการที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
  5. ย่อมไม่เสพสุราจนถึงเมาและติด
  6. ย่อมไม่มั่วสุมกับสิ่งอันเลวทราม เช่น กัญชา ยาฝิ่น
  7. ย่อมไม่หมกมุ่นในการพนัน เพื่อจะปรารถนาทรัพย์
  8. ย่อมไม่ถือเอาเป็นของตน ในสิ่งที่เจ้าของไม่อนุญาตให้
  9. ย่อมไม่พึงใจ ในหญิงที่มีเจ้าของหวงแหน
  • วจีจริยา
  1. ย่อมไม่เป็นพาลพอใจทะเลาะวิวาท
  2. ย่อมไม่พอใจนินทาว่าร้ายกันและกัน
  3. ย่อมไม่พอใจพูดส่อเสียดยุยง
  4. ย่อมไม่เป็นผู้สอพลอประจบประแจง
  5. ย่อมไม่แช่งชักให้ร้ายผู้อื่น
  • มโนจริยา
  1. ย่อมไม่ปองร้ายผู้อื่น
  2. ย่อมไม่คิดทำร้ายผู้อื่นเพื่อประโยชน์ตน
  3. ย่อมมีความเหนี่ยวรั้งใจตนเอง
  4. ย่อมเป็นผู้มีความละอายแก่บาป

ที่มาปืนใหญ่

ปืนใหญ่ หมายถึง อาวุธปืนที่มีความกว้่างปากลำกล้องตั้งแต่ 20 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยมีระยะยิงกลางถึงไกล มีอำนาจทำลายล้างสูง ใช้การยิงหัวกระสุนด้วยแรงดันจากการเผาไหม้ดินส่งกระสุนให้เกิดก๊าซจนเคลื่อนที่ออกไป โดยสามารถทำการยิงได้ทั้งแนววิถีราบหรือวิถีโค้ง โดยภายในหัวกระสุนจะบรรจุวัตถุระเบิดและตัวจุดชนวน เมื่อหัวกระสุนตกกระทบเป้าหมายจะเกิดการระเบิดสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

เนื้อหา

[ซ่อน]

[แก้] ประเภทของปืนใหญ่

ปืนใหญ่สามารถแบ่งได้ตามลักษณะต่างๆดังต่อไปนี้

[แก้] ปืนใหญ่ในประเทศไทย

ปืนใหญ่ในประเทศไทยนั้น ได้ถูกนำมาใช้เป็นเวลาช้านานแล้ว ในหนังสือวิวัฒนาการแห่งศัสตราวุธในกองทัพบกไทย พบหลักฐานว่ามีการใช้ปืนใหญ่สมัยสุโขทัยว่า ชวาเก็บปืนใหญ่ไทย จำนวน 2 กระบอกจากการรบกับพวกมัชฌปาหิต ในสงครามตีเมืองชวาประมาณ พ.ศ. 1857 มีบันทึกในพระราชพงศาวดารว่าในสมัยสมเด็จพระราเมศวร กองทัพอยุธยาใช้ปืนใหญ่ยิงกำแพงเมืองเชียงใหม่พังไป 6 วา[1] และในกฎหมายสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก็มีการกล่าวถึงหน่วยทหารปืนใหญ่เช่นกัน[1] และต่อมา หลังจากที่โปรตุเกสเดินทางเข้ามาถึงกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ก็เริ่มมีการซื้อปืนใหญ่ของโปรตุเกสเข้ามาประจำการในกองทัพไทย

รายชื่อ 76 จังหวัด ของประเทศไทย ชื่อย่อ.. และคำขวัญ ประจำจังหวัด

รายชื่อ 76 จังหวัด ของประเทศไทย ชื่อย่อ..
และคำขวัญ ประจำจังหวัด


ภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร (กทม.)
\\\"ช่วยชุมชนแออัด ขจัดมลพิษ แก้ปัญหารถติด ทุกชีวิตรื่นรมย์\\\"


ปทุมธานี (ปท.)
\\\"ถิ่นบัวหลวง เมืองรวงข้าว เชื้อชาวมอญ นครธรรมะ\\\"


ประจวบศีรีขันธ์ (ปข.)
\\\"เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าว สัปรด สวยสดหาด เขา ถ้ำ งามล้ำน้ำใจ\\\"


ชัยนาท (ชน.)
\\\"หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบ์อสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา\\\"


นนทบุรี (นบ.)
\\\"พระตำหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกล็ดแหล่งดินเผา
วัดเกาะนามระบือ เลื่องลือทุเรียนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ\\\"


นครปฐม (นฐ.)
\\\"ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น
พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า\\\"


นครนายก (นย.)
\\\"เมืองในฝันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ\\\"


กาญจนบุรี (กจ.)
\\\"แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก\\\"


ฉะเชิงเทรา (ฉช.)
\\\"เมืองธรรมะ พระศักดิ์สิทธิ์ ชิดเมืองหลวง มะม่วงหวาน ข้าวสารขาว มะพร้าวน้ำหอม\\\"


สระแก้ว (สก.)
\\\"ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างาม น้ำตกสวย มากด้วยอารยธรรมโบราณ ย่านการค้าไทย-เขมร\\\"


พระนครศรีอยุธยา (พย.)
\\\"ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา\\\"


อ่างทอง (อท.)
\\\"พระสมเด็จเกศไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรชนใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง
โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน\\\"


สมุทรปราการ (สป.)
\\\"ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ
สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม\\\"


สมุทรสาคร (สค.)
\\\"เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์\\\"


สมุทรสงคราม (สส.)
\\\"ดอนหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.2 แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม\\\"


สระบุรี (สบ.)
\\\"พระพุทธบาทลือนาม แหล่งน้ำอุดม นมเนื้อมากมาย หลากหลายโรงงาน
ถิ่นข้าวพันธุ์ดี มีมะม่วงรสเลิศ งามบรรเจิดธรรมชาติ\\\"


ราชบุรี (รบ.)
\\\"คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่
ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี\\\"


ลพบุรี (ลบ.)
\\\"วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง
เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เกริกก้องแผ่นดินทอง สมเด็จพระนารายณ์\\\"


สิงห์บุรี (สห.)
\\\"ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง\\\"


สุพรรณบุรี (สพ.)
\\\"เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม
สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง\\\"


ปราจีนบุรี (ปจ.)
\\\"ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมืง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวาราวดี\\\"


เพชรบุรี (พบ.)
\\\"เขาวังคู่บ้าน ขมนหวาน เมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรม ทะเลงาม\\\"



ภาคเหนือ

กำแพงเพชร (กพ.)
\\\"กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ\\\"


อุทัยธานี (อน.)
\\\"อุทัยธานีเมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว
ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำ สะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ\\\"


นครสวรรค์ (นว.)
\\\"เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ\\\"


พิจิตร (พจ.)
\\\"เมืองชาละวัน แข่งขันเรือยาว ข้าวเจ้าอร่อย ส้มท่าข่อยรสเด็ด
หลวงพ่อเพรชรวมใจ บึงสีไฟลือเลื่อง ยอดพระเครื่องหลวงพ่อเงิน\\\"


พิษณุโลก (พล.)
\\\"พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร
สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา\\\"


ตาก (ตก.)
\\\"ธรรมชาติน่ายล ภูมิพลเขื่อนใหญ่ พระเจ้าตากเกรียงไกร เมืองไม้และป่างาม\\\"


สุโขทัย (สท.)
\\\"มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพุทธศาสนา
งามตาผ้าตีนจก สังคโลกทองโบราณ สักการะแม่ย่าพ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข\\\"


อุตรดิตถ์ (อต.)
\\\"เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก\\\"


แพร่ (พร.)
\\\"ม่อฮ่อม ไม่สัก ถิ่นรักพระลอ พระธาตุช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่มีน้ำใจงาม\\\"


เพชรบรูณ์ (พช.)
\\\"เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง\\\"


ลำปาง (ลป.)
\\\"ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างให้ลือโลก\\\"


น่าน (นน.)
\\\"แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์
แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง\\\"


ลำพูน (ลพ.)
\\\"พระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำใยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวี ศรีหริภุญไชย\\\"


เชียงใหม่ (ชม.)
\\\"ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา งามล้ำค่านครพิงค์\\\"


พะเยา (พย.)
\\\"กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง
บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม\\\"


แม่ฮ่องสอน (มส.)
\\\"หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง\\\"


เชียงราย (ชร.)
\\\"เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา\\\"



ภาคตะวันออก

ชลบุรี (ชบ.)
\\\"ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย\\\"


ระยอง (รย.)
\\\"ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก\\\"


จันทบุรี (จบ.)
\\\"น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ
เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินกู้ชาติ รวมญาติที่จันทบุรี\\\"


ตราด (ตร.)
\\\"เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี
ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา\\\"



ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นครราชสีมา (นม.)
\\\"เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน\\\"


ชัยภูมิ (ชย.)
\\\"ชัยภูมิทิวทัศน์สวย รวยป่าใหญ่ มีช้างหลาย ดอกไม้งาม
ลือนามวีรบุรุษ สุดยอดผ้าไหม พระใหญ่ทราวดี\\\"


บุรีรัมย์ (บร.)
\\\"เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม\\\"


มหาสารคาม (มค.)
\\\"พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร\\\"



ร้อยเอ็ด (รอ.)
\\\"ร้อยเอ็ดเพชรอีสาน พลาญชัยบึงงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมชั้นดี สตรีโสภา
ทุ่งกุลาสดใส งานใหญ่บุญผะเหวด\\\"


ยโสธร (ยส.)
\\\"เมืองประชาธิปไตย บั้งไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวาน ผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ\\\"


ศรีสะเกษ (ศก.)
\\\"ศรีสะเกษแดนปราสาทขอม หอมกระเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน
หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี\\\"


สุรินทร์ (สร.)
\\\"สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท
ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม พร้อมวัฒนธรรม\\\"


กาฬสินธุ์ (กส.)
\\\"เมืองฟ้าแดนยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมภูไท ผ้าไหมแพรวา ผาเสวยภูพาน
มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี\\\"


ขอนแก่น (ขก.)
\\\"พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว
เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่ ไดโนเสาร์ลือก้อง เหรียญทองมวยโอลิมปิก\\\"


อำนาจเจริญ (อจ.)
\\\"พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่ง เรืองเจ็ดลุ่มน้ำ งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เทพนิมิตรพระเหลา
เกาะแก่งเขาแสนสวย เลอค่าด้วยผ้าไหม ราษฎร์เสื่อมใสใฝ่ธรรม\\\"


อุดรธานี (อด.)
\\\"น้ำตกจากสันภูพาน อุทยานแห่งธรรมะ อารยธรรมห้าพันปี ธานีผ้าหมี่ขิด
แดนเนรมิตรหนองประจักษ์ เลิศลักษณ์กล้วยไม้หอม อุดรซันไฌน์\\\"


อุบลราชธานี (อบ.)
\\\"เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์
ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์\\\"


มุกดาหาร (มห.)
\\\"เมืองชายโขงงาม มะขามหวานเลิศ ถิ่นกำเนิดลำพญา ภูผาเทิบพิสดาร
กลองโบราณล้ำค่า วัฒนธรรมไทยแปดเผ่า\\\"


สกลนคร (สน.)
\\\"พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาร
แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม\\\"


หนองบัวลำภู (นภ.)
\\\"ศาลสมเด็จพระนเรศวร อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ แผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว
เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ นครเขื่อนขันธ์ กาบแก้วบัวบาน\\\"


เลย (ลย.)
\\\"เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู\\\"


หนองคาย (นค.)
\\\"วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว\\\"


นครพนม (นพ.)
\\\"พระธาตุพนมล้ำค่า วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูภูไท เรือไฟโสภา งามตาสองฝั่งโขง\\\"


คำขวัญของจังหวัดในภาคใต้

ชุมพร (ชพ.)
\\\"ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรมฯ ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก\\\"


ระนอง (รน.)
\\\"คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง\\\"


สุราษฎร์ธานี (สฎ.)
\\\"เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ\\\"


นครศรีธรรมราช (นศ.)
\\\"เราชาวนคร อยู่เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะศีลธรรม กอรปกรรมดี มีมานะพากเพียร
ไม่เบียดเบียน ทำอันตรายผู้ใด\\\"


พังงา (พง.)
\\\"แร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ ถ้ำงามตา ภูผาแปลก แมกไม้จำปูน บริบรูณ์ด้วยทรัพยากร\\\"


กระบี่ (กบ.)
\\\"กระบี่เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก\\\"


ภูเก็ต (ภก.)
\\\"ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม\\\"


พัทลุง (พท.)
\\\"เมืองหนังโนราห์ อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาปงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน\\\"


ตรัง (ตง.)
\\\"เมือง พระยารัษฎา ปวงประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา\\\"


สงขลา (สข.)
\\\"นกน้ำเพลินตา สมิหราเพลินใจ เมืองใหญ่สองทะเล เสน่ห์สะพานป๋า ศูนย์การค้าแดนใต้\\\"


สตูล (สต.)
\\\"สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์\\\"


ปัตตานี (ปต.)
\\\"บูดูสะอาด หาดทรายสวย รวยน้ำตก นกเขาดี ลูกหยีอร่อย หอยแครงสด\\\"


ยะลา (ยล.)
\\\"ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน\\\"


นราธิวาส (นธ.)
ทักษิณราชตำหนัก ชนรักศาสนา นราทัศน์เพลินตา
บาโจตรึงใจ แหล่งใหญ่แร่ทอง ลองกองหอมหวาน\\\"

สารเคมี

สารเคมี (อังกฤษ: chemical substance) เป็นสสารวัสดุ ที่ใช้ในหรือได้จากกระบวนการเคมี อาทิ
  • สารประกอบเคมี (chemical compound) คือสสารที่ประกอบด้วย ธาตุเคมีตั้งแต่สองตัวขึ้นไปมาผสมกันทางเคมีในอัตราส่วนที่แน่นอน
  • ธาตุเคมีเป็นสสารที่ไม่สามารถแบ่งให้เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากสารเคมีเดิมได้อีก เพราะอนุภาคที่เล็กที่สุดของธาตุเราเรียกว่า อะตอมซึ่งประกอบด้วย อิเล็กตรอน โคจรรอบจุดศูนย์กลางที่เรียกว่า นิวเคลียส ที่ประกอบ โปรตอน และ นิวตรอน
  • โมเลกุล เป็นอนุภาคที่เล็กที่สุดของสารประกอบที่ยังมีคุณสมบัติของสารประกอบเดิมนั้นอยู่
  • ไอออน เป็น อะตอม หรือ กลุ่มของอะตอมที่สูญเสียประจุไฟฟ้าเรียกว่า แคตไอออน หรือเพิ่มเรียกแอนไอออน อิเล็กตรอน
  • ปฏิกิริยาเคมี เป็นกระบวนการที่สสาร หนึ่ง สอง หรือมากกว่า (เรียกว่า รีแอกแตนต์) มาผสมรวมกันแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากสารตั้งต้น

ตารางธาตุ

ตารางธาตุ (Periodic table) คือ ตารางที่ใช้แสดงรายชื่อธาตุเคมี คิดค้นขึ้นโดยนักเคมีชาวรัสเซีย ดมีตรี เมนเดเลเยฟ (Dmitri Mendeleev) ในปี พ.ศ. 2412[1] จากการสังเกตว่า เมื่อนำธาตุที่รู้จักมาวางเรียงตามลำดับเลขอะตอม จะพบว่าคุณสมบัติพื้นฐานบางอย่างคล้ายกัน สามารถจำแนกเป็นกลุ่มๆ ได้ ทำให้เกิดรูปแบบตารางธาตุ และพัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็นอย่างที่เห็น ตารางธาตุเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนวิชาเคมีด้วย

เนื้อหา

[ซ่อน]

[แก้] ประวัติศาสตร์ของตารางธาตุ

เริ่มต้นจาก จอห์น นิวแลนด์ส ได้พยายามเรียงธาตุตามมวลอะตอม แต่เขากลับทำให้ธาตุที่มีสมบัติต่างกันมาอยู่ในหมู่เดียวกัน นักเคมีส่วนมากจึงไม่ยอมรับตารางธาตุของนิวแลนด์ส ต่อมา ดมีตรี เมนเดเลเยฟ จึงได้พัฒนาโดยพยายามเรียงให้ธาตุที่มีสมบัติเหมือนกันอยู่ในหมู่เดียวกัน และเว้นช่องว่างไว้สำหรับธาตุที่ยังไม่ค้นพบ พร้อมกันนั้นเขายังได้ทำนายสมบัติของธาตุใหม่ไว้ด้วย โดยใช้คำว่า เอคา (Eka) นำหน้าชื่อธาตุที่อยู่ด้านบนของธาตุที่ยังว่างอยู่นั้น เช่น เอคา-อะลูมิเนียม (ต่อมาคือธาตุแกลเลียม) เอคา-ซิลิคอน (ต่อมาคือธาตุเจอร์เมเนียม) แต่นักเคมีบางคนในยุคนั้นยังไม่แน่ใจ เนื่องจากว่าเขาได้สลับที่ธาตุบางธาตุโดยเอาธาตุที่มีมวลอะตอมมากกว่า มาไว้หน้าธาตุที่มีมวลอะตอมน้อยกว่า ดมีตรีได้อธิบายว่า เขาต้องการให้ธาตุที่มีสมบัติเดียวกันอยู่ในหมู่เดียวกัน เมื่อดมีตรีสามารถทำนายสมบัติของธาตุได้อย่างแม่นยำ และตารางธาตุของเขาไม่มีข้อน่าสงสัย ตารางธาตุของดมีตรีก็ได้รับความนิยมจากนักเคมีในสมัยนั้นจนถึงยุคปัจจุบัน

[แก้] ตารางธาตุแบบมาตรฐาน

หมู่ 1A 2A
3B 4B 5B 6B 7B 8B 8B 8B 1B 2B 3A 4A 5A 6A 7A 8A
คาบ
1 1
H

2
He
2 3
Li
4
Be


5
B
6
C
7
N
8
O
9
F
10
Ne
3 11
Na
12
Mg


13
Al
14
Si
15
P
16
S
17
Cl
18
Ar
4 19
K
20
Ca

21
Sc
22
Ti
23
V
24
Cr
25
Mn
26
Fe
27
Co
28
Ni
29
Cu
30
Zn
31
Ga
32
Ge
33
As
34
Se
35
Br
36
Kr
5 37
Rb
38
Sr

39
Y
40
Zr
41
Nb
42
Mo
43
Tc
44
Ru
45
Rh
46
Pd
47
Ag
48
Cd
49
In
50
Sn
51
Sb
52
Te
53
I
54
Xe
6 55
Cs
56
Ba
* 71
Lu
72
Hf
73
Ta
74
W
75
Re
76
Os
77
Ir
78
Pt
79
Au
80
Hg
81
Tl
82
Pb
83
Bi
84
Po
85
At
86
Rn
7 87
Fr
88
Ra
*
*
103
Lr
104
Rf
105
Db
106
Sg
107
Bh
108
Hs
109
Mt
110
Ds
111
Rg
112
Cn
113
Uut
114
Uuq
115
Uup
116
Uuh
(117)
Uus
118
Uuo

* แลนทาไนด์ 57
La
58
Ce
59
Pr
60
Nd
61
Pm
62
Sm
63
Eu
64
Gd
65
Tb
66
Dy
67
Ho
68
Er
69
Tm
70
Yb
** แอกทิไนด์ 89
Ac
90
Th
91
Pa
92
U
93
Np
94
Pu
95
Am
96
Cm
97
Bk
98
Cf
99
Es
100
Fm
101
Md
102
No
อนุกรมเคมีในตารางธาตุ
โลหะแอลคาไล โลหะแอลคาไลน์เอิร์ท แลนทาไนด์ แอกทิไนด์ โลหะทรานซิชัน
โลหะหลังทรานซิชัน ธาตุกึ่งโลหะ อโลหะ แฮโลเจน ก๊าซมีตระกูล
รหัสสีสำหรับเลขเชิงอะตอม:
  • ธาตุที่เลขเชิงอะตอมเป็น สีน้ำเงิน เป็นของเหลวที่ STP
  • ธาตุที่เลขเชิงอะตอมเป็น สีเขียว เป็นก๊าซที่ STP
  • ธาตุที่เลขเชิงอะตอมเป็น สีดำ เป็นของแข็งที่ STP
  • ธาตุที่เลขเชิงอะตอมเป็น สีแดง เป็น ธาตุสังเคราะห์ (ทุกธาตุเป็นของแข็งที่ STP)
  • ธาตุที่เลขเชิงอะตอมเป็น สีเทา ยังไม่มีการค้นพบ (ธาตุเหล่านี้ในตารางจะมีสีพื้นจาง ๆ ที่ใกล้เคียงกับสีพื้นของอนุกรมเคมีที่ธาตุดังกล่าวน่าจะเป็นสมาชิก)

[แก้] ชื่อธาตุแบ่งตามหมู่

ยกเว้น ไฮโดรเจน เพราะยังถกเถียงกันอยู่ว่าจะจัดลงไปที่หมู่ 1 หรือ 7 ดี เพราะคุณสมบัติเป็นกึ่ง ๆ กัน ระหว่าง 1A กับ 7A และธาตุประเภททรานซิชัน โดยทั่วไป ไม่แนะนำให้จำ แต่อาศัยดูตารางเอา และควรจำคุณสมบัติของธาตุที่สำคัญ ๆ ให้ได้ หรืออาจจะใช้หลักการในการท่องให้ง่ายขึ้น เช่นการใช้ตัวย่อของแต่ละคำมารวมกันเป็นประโยคที่จำง่าย ๆ ซึ่งจะทำให้จำได้ไวขึ้น

หมายเหตุ ชื่อที่เป็นตัวเอียง เป็นชื่อในภาษาละติน ซึ่งเป็นที่มาของสัญลักษณ์ของธาตุนั้นๆ

[แก้] แหล่งกำเนิดของธาตุในจักรวาล

  1. ไฮโดรเจนและฮีเลียมเกิดเริ่มแรกในจักรวาลหลังบิกแบง
  2. ธาตุตัวที่ 3 คือลิเทียม ถึงตัวที่ 26 คือ เหล็กเกิดจากภาวะอัดแน่นในดวงดาว
  3. ธาตุตัวที่หนักกว่าเหล็กจนถึงยูเรเนียมเกิดจากดาวระเบิด หรือปรากฏการณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นในดาวฤกษ์ (กรณีหลังจะได้กัมมันตภาพฯ เป็นส่วนมาก)