เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ที่นำมาใช้ในการประสมวงดนตรีในปัจจุบันมีดังนี้
เครื่องสายที่ใช้คันสี(Bow)
เสียงของเครื่องสายเกิดจากการสั่นของสายที่ขึงไว้โดยมีกล่องเสียงที่ทำด้วยไม้ทำให้เกิดความกังวานและขยายเสียง
ปัจจุบันเครื่องสายที่ใช้กันอยู่ มี 4 ชนิดคือ
ไวโอลิน (violin)
วิโอลา (viola)
เชลโล (cello)
ดับเบิลเบส(Double bass)
เครื่อสายเหล่านี้ มี 4 สาย โดยมากสายทำด้วยโลหะหรือเอ็นพันด้วยโลหะ คันสีทำด้วยหางม้าขึงให้ตึงและถูยางสน

ประกอบด้วยแผ่นไม้หลายชิ้น แต่ละชิ้นเลือก
มาจากไม้ชนิดต่าง ๆ กันตามความเหมาะสมที่จะนำมาทำเป็นส่วนต่าง ๆ ของซอ ด้านหน้าใช้ไม้พรุช
ซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อนมีลายละเอียดด้านหลังใช้ไม้เมเปิ้ล
ไวโอลินประกอบด้วยสาย 4 สาย แต่ละสายเทียบเสียงห่างกันคู่ 5 เพอร์เฟค คือ เสียง
G-D-A-E สายต่ำสุดเทียบเสียง G ต่ำถัดจาก Middle C สายทั้งสี่มีความยาวเท่ากัน แต่ระดับเสียง
แตกต่างกันตามขนาดไวโอลินขนาดมาตรฐานจะมีความยาวทั้งสิ้น 23.5 นิ้ว คันชักยาว 29 นิ้ว
ไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้เล่นท่วงทำนอง (Melodic Instrument) มีเสียงแหลมสดใส
ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีถ้าต้องการจะเล่นให้เสียงหวาน เศร้า ก็ทำได้ โดยใช้เทคนิคการเล่นแบบต่าง ๆ

วิโอลา(Viola) มีรูปร่างเหมือนไวโอลินทุกประการ แต่มีขนาดใหญ่กว่าไวโอลิน
ประมาณหนึ่งในห้า มีความยาวทั้งสิ้น 26.5 นิ้ว วิโอลาประกอบด้วยสาย 4 สาย ตั้งเสียงต่ำกว่า
ไวโอลินลงไปอีกคู่ 5 เพอร์เฟค คือ C-G-D-A มีเสียงทุ้มและนุ่มนวลกว่าไวโอลิน แต่ไม่มีบทบาทเด่น
เหมือนไวโอลิน การเล่นเครื่องดนตรีไวโอลินและวิโอลานี้ผู้เล่นจะใช้มือซ้ายจับที่คอของเครื่อง โดยให้คอของ
เครื่องอยู่ในร่องระหว่างหัวแม่มือกับนิ้วชี้ นิ้วทั้งสี่ (ยกเว้นหัวแม่มือ) ทำหน้าที่กดลงบนสายเพื่อเปลี่ยน
ระดับเสียง ด้านท้ายของเครื่องวางบนไหล่ซ้ายของผู้เล่น และผู้เล่นจะใช้คางหนีบกระชับ จับตัวเครื่อง
ด้วยมือซ้ายและใช้มือขวาจับคันชักในการสี

เชลโล(Cello) มีรูปร่างเหมือนไวโอลินและวิโอลา แต่มีขนาดโตกว่ามาก คือความ
ยาวประมาณ 48.5 นิ้ว ขณะเล่นต้องนั่งเก้าอี้ เอาเครื่องไว้ระหว่างขาทั้งสองข้างหันหน้าเครื่องออก
เทคนิคการเล่นเหมือนกับไวโอลินสายทั้งสี่เสียงต่ำกว่าวิโอลา 1 ช่วงคู่ 8 คือ C-G-D-A เสียงของเชลโล
นุ่มนวล แสดงอารมณ์เศร้าสร้อย

ดับเบิลเบส(Double Bass) เป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูลไวโอลิน มี
ความยาวประมาณ 74 นิ้ว ผู้บรรเลงต้องยืนเล่น เสียงของดับเบิลเบส ต่ำสุดแสดงถึงความมีอำนาจ
ความกลัว ความลึกลับ สายทั้งสี่ตั้งเสียงห่างกันเป็นคู่ 4 เพอร์เฟค คือ E- A- D- G
วิธีเล่นเครื่องสาย
ผู้ประพันธ์เพลงจะกำหนดวิธีการเล่นไว้ในบทเพลง โดยใช้ภาษาอิตาเลียน คำสั่งที่พบบ่อยๆเช่นพิชซิกาโต(Pizzicato) คือใช้นิ้วดีดสายแทนคันชัก
ดับเบิลสต๊อปปิ้ง (Double stopping)คือเล่นคู่กัน 2 สายพร้อมกัน
คอนซอร์ดิโน (Con sordino) คือใส่เครื่องเก็บเสียงทำให้เสียงเบา
เทรมโมโล(Trenolo) คือการรัวคันสีบนโน้ตตัวเดียวอย่างรวดเร็ว
ฮาร์โมนิค(Harmonic)คือการใช้นิ้วแตะที่สายอย่างแผ่วเบา
พอร์ทัลเมนโต(Portalmento) คือการรูดนิ้วไปบนสายจากเสียงหนึ่งไปอีกเสียงหนึ่ง
คอลลิอาโน (col liano) คือการใช้ด้านที่เป็นไม้ ของคันสีเคาะหรือสีบนสาย
เครื่องสายที่ใช้ดีด (Plucked Strings)
เป็นเครืองดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงโดยใช้นิ้วดีดสาย หรือใช้พลาสติกบางๆที่เรียกว่า (Pick) ดีดสายแทนนิ้ว
ฮาร์พ(Harp) หรือพิณ ฮาร์พเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่มากชนิดหนึ่งมีสายประมาณ 46-47 สายและมีที่เหยียบเพื่อเปลี่ยนเสียงไปได้หลายเสียง คอนเสิร์ทฮาร์พมีขนาดใหญ่และหนักมากผู้เล่นต้องยืนเล่น ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย
1) ฮาร์พ (Harp) ฮาร์พเป็นพิณโบราณขนาดใหญ่ มีประวัติเก่าแก่มาก ชาวอียิปต์
โบราณใช้ฮาร์พเป็นเครื่องดนตรีสำคัญในราชสำนักของฟาโรห์ ในยุโรปสมัยกลางฮาร์พเป็นเครื่องดนตรี
ที่ได้รับความนิยมจากชาวไอริช และเวลส์ เป็นอย่างมาก ฮาร์พมีลักษณะเป็นโครงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ ด้านบนโค้งงอสวยงาม มีสายขึงอยู่ทั้งหมด 47 สาย ช่วงเสียงกว้าง 6 ? Octaves บันไดเสียงพื้นฐานของฮาร์พเป็น Cb Major ที่ฐานของฮาร์พ จะ
มีกระเดื่อง 7 อัน สำหรับเหยียบ (ประจำทั้ง 7 เสียง) ถ้าเหยียบจมลงครั้งหนึ่งสายจะดึงขึ้นทำให้เสียงสูง
ขึ้นครึ่งเสียง ถ้าเหยียบอีกเป็นครั้งที่สองสายจะตึงขึ้นอีกทำให้เสียงสูงขึ้นอีกทำให้ผู้เล่น เล่นเพลงได้ทุก
บันไดเสียงในการบรรเลงฮาร์พผู้เล่นจะต้องนั่งลงให้ไหล่ขวาชิดกับตัวฮาร์พใช้นิ้วมือทั้งสอง ยกเว้นนิ้ว
ก้อยดีดสาย เสียงของฮาร์พเบาและนุ่มนวลกว่าเปียโนมากปัจจุบันฮาร์พใช้บรรเลงในวงดนตรีประเภทออร์เคสตราเท่านั้น

2. ลูท (Lute) เป็นพิณชนิดหนึ่งที่เป็นต้นกำเนิดของเครื่องสายประเภทดีด ลูทมีรูปทรง
เหมือนผลส้มผ่าซีก มีสะพานวางนิ้วที่มีช่องปรากฏอยู่ เช่นเดียวกับกีตาร์ แบนโจ แมนโดลิน ฯลฯ
ชาวอาหรับโบราณนิยมกันมากแต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้รับความนิยม

3.กีตาร์ (Guitar) กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีที่แพร่หลายมากในปัจจุบันมีรูปร่างคล้ายคลึงกับ
พิณลูทแต่ผิดกันตรงที่รูปร่างแบนกว่าในปัจจุบันมีความสำคัญทั้งในวงดนตรีประเภทสตริง แจ๊สร็อค
เป็นต้น กีตาร์ประกอบด้วยสาย 6 สาย โดยตั้งระดับเสียงต่ำไปหาสูง ในแต่ละสายดังนี้ E,A,D,G,B,E
ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์โปร่งธรรมดา หรือกีตาร์ไฟฟ้า

ร่างคล้ายกีตาร์ แต่มิได้นำมาใช้ในวงดนตรีมากนักส่วนมากใช้ในดนตรีของชาวพื้นเมืองแถบลาติน
อเมริกาอย่างไรก็ตามทั้งแมนโดลิน และแบนโจก็เป็นผลการวิวัฒนาการของลูทนั่นเอง
4) แมนโดลิน (Mandolin) เป็นเครื่องดนตรีตระกูลลูท มีสาย 4 คู่ (8สาย) หรือ 6 คู่
(12สาย) ตั้งเสียงเท่ากันเป็นคู่ มีลูกบิดคล้ายกีตาร์ใช้ในการตั้งเสียง และมีนม (Feat) รองรับสาย เวลา
เล่นจะใช้นิ้วมือซ้ายจับตัวแมนโดลินและใช้มือขวาดีด ลักษณะการดีดคล้ายการดีดกีตาร์โดยใช้ปิ๊ค
(Pick) เสียงที่เกิดจากแมนโดลินมีความไพเราะเป็นเสียงที่มีคุณภาพ เร้าอารมณ์ได้ดีโดยเฉพาะอารมณ์
โศกเศร้าเกี่ยวกับความรัก แมนโดลินมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศอิตาลี เป็นเครื่องดนตรีที่ชาวอิตาเลียนนิยม
กันแพร่หลาย ในปี ค.ศ. 1713 ได้มีผู้นำเอาแมนโดลินมาเล่นผสมในวงคอนเสิร์ตใน

5) แบนโจ (Banjo) เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลลูท จุดเริ่มต้นที่มีผู้นำมาเล่นอยู่ในแถบ
แอฟริกาตะวันตก (Western Africa) เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านของพวกนิโกร ต่อมาจึงเป็นที่แพร่หลาย
ในหมู่อเมริกันนิโกร วิธีการเล่นคล้ายกับกีตาร์
แอฟริกาตะวันตก (Western Africa) เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านของพวกนิโกร ต่อมาจึงเป็นที่แพร่หลาย
ในหมู่อเมริกันนิโกร วิธีการเล่นคล้ายกับกีตาร์

นี้คือเครื่่่องดนตรีสากลประเภทเครื่องสายครับ
มาตรฐานการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ ศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์
สาระที่ ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ระดับชั้น ม.3 ช่วงชั้นที่ 3
ประเด็นคำถาม
1.เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
2.วิธีการบรรเลงเครื่องสายมีกีวิธี
3.ไวโอลิน วิโอลาเครื่องดนตรีชนิดใดมีีขนาดใหญ่กว่ากัน
4.เครื่องดนตรีชนิดใดนิยมเล่นในแถบแอฟฟริกาตะวันตก
กิจกรรมการเสนอแนะ
นักเรียนควรดูการบรรเลงเครื่องดนตรีแต่ล่ะประเภทเพื่อดูความแตกต่างของการบรรเลงและระดับเสียง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น