การอวตารส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับพระนารายณ์ แต่ก็ยังมีที่เชื่อมโยงกับเทวดาอื่น ๆ [3] รายชื่อของพระนารายณ์อวตารปรากฏในคัมภีร์ฮินดูจำนวนมากรวมทั้งอวตารทั้งสิบ ในครุฑ ปุราณะ และอวตาร 22 ปางในภควัตปุราณะ รวมทั้งที่เพิ่มอีกภายหลังจนนับไม่ถ้วน[4] พระนารายณ์อวตารเป็นส่วนประกอบหลักของไวษณพนิกาย หลักฐานเกี่ยวกับอวตารยุคแรกๆอยู่ในภควัตคีตา[5]
มีเรื่องราวเกี่ยวกับอวตารของพระศิวะและพระคเณศ และเทพีต่างๆ โดยเฉพาะในหมู่ผู้นับถือลัทธิศักติ[5][6] อย่างไรก็ตาม อวตารของพระนารายณ์เป็นที่รู้จักมากที่สุด
เนื้อหา[ซ่อน] |
[แก้] อวตารในศาสนาฮินดู
[แก้] นารายณ์สิบปาง
พระนารายณ์อวตารเป็นหมูป่า
โมหิณี อวตารของพระนารายณ์ปางเดียวที่เป็นผู้หญิง (รูปปั้นในวิหารเบลูร์รัฐการณาฏกะ)
[แก้] พระคเณศอวตาร
ในลิงกะปุราณะกล่าวถึงอวตารของพระคเณศเพื่อปราบปีศาจและช่วยเหลือผู้ใจบุญ[7] คเณศปุราณะและมัดคละ ปุราณะซึ่งเป็นคัมภีร์หลักของผู้นับถือลัทธิบูชาพระคเณศได้ให้รายละเอียด เกี่ยวกับอวตารของพระคเณศไว้ โดยในคเณศปุราณะมี 4 ปาง ส่วนในมัดคละ ปุราณะมี 8 ปาง [8] ทุกปางมักมีจุดมุ่งหมายเพื่อไปฆ่าปีศาจ[9] ทั้ง 8 ปางของพระคเณศได้แก่- Vakratunda (Vakratuṇḍa)ขี่สิงโต
- Ekadanta ("งาเดียว") ขี่หนู
- Mahodara ("ท้องใหญ่") ขี่หนู
- Gajavaktra (หรือ Gajānana) ("หน้าช้าง")ขี่หนู
- Lambodara ("ท้องใหญ่") ขี่หนู
- Vikata (Vikaṭa) ขี่นกยูง
- Vighnaraja (Vighnarāja) ("ราชาแห่งอุปสรรค")ขี่งู Śeṣa.
- Dhumravarna (Dhūmravarṇa) ("สีเทา") ขี่ม้า
[แก้] อวตารของพระศิวะ
แม้ว่าจะมีการอ้างอิงคัมภีร์ปุราณะต่างๆว่าพระศิวะมีการอวตารแต่ไม่เป็นที่เชื่อถือแพร่หลายนักในไศวนิกาย [5][10] ลิงกะปุราณะกล่าวว่าอวตารของพระศิวะมี 28 ปาง[11] ในศิวะปุราณะ เรื่องราวของพระศิวะที่นำรูปแบบวีระภัทรที่น่ากลัวของพระองค์เพื่อกำราบ นรสิงห์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระนารายณ์ เมื่อไม่ได้ผลพระศิวะ แปลงกายเป็นมนุษย์สิงโต - นกศารภะ เรื่องราวจบลงด้วยการที่นรสิงห์กลายเป็นบ่าวของพระศิวะ[12] หนุมานในบางท้องที่ถือว่าเป็นอวตารปางที่สิบเอ็ดของพระศิวะ[13][14][15][16][แก้] อวตารของเทพี/ศักติ
ในลิทธิศักติมีอวตารเช่นกัน ในเทวีภควัต ปุราณะอธิบายถึงอวตารของเทวีที่จะมาปราบคนชั่วและปกป้องคนดี โดยมีการอวตารมากเท่าพระนารายณ์ [17] พระลักษมี เทวีของพระนารายณ์ อวตารมาเป็นนางสีดามเหสีของพระรามและนางราธา มเหสีของพระกฤษณะ [18] พระลักษมีและพระสรัสวตีเป็นเทวีที่มีผู้บูชามากและมีการอวตาร[19][แก้] อวตารในศาสนาพุทธ
[แก้] อวตารกับวัชรยาน
ความเชื่อของชาวพุทธที่นับถือนิกายวัชรยาน ถือว่าพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์อวตารหรือแบ่งภาคได้เช่นเดียวกันเช่น อาทิพุทธะอวตารมาเป็นพระธยานิพุทธะ พระโพธิสัตว์อวตารเป็นยิดัม นอกจากนี้ชาวพุทธในทิเบตเชื่อว่า ทะไล ลามะ เป็นอวตารของพระอวโลกิเตศวรและปันเชน ลามะเป็นอวตารของพระอมิตาภะพุทธะ เป็นต้น[20][แก้] อวตารกับเถรวาท
ในความเชื่อของชาวพุทธนิกายเถรวาท จะไม่เชื่อว่าการอวตารมีจริง เพราะจิตนั้นมีดวงเดียว (ตามบทที่ว่า เอกะ จะรัง จิตตัง...) เพียงแต่เกิดดับตลอดเวลา เมื่อจิตนั้นเกิดเป็นเทพเจ้าไม่ว่าชั้นใดๆ หากแปลงกายเป็นมนุษย์ (เนรมิตขึ้นมาชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เช่น พระอินทร์แปลงเป็นพราหมณ์แก่) โดยจิตเดิมยังอยู่เป็นเทพเจ้าบนสวรรค์นั้น มีจริง แต่การที่จิตนั้นลงมาเกิดอวตารเป็นมนุษย์ โดยการอยู่ในครรภ์ คลอดออกมา เจริญเติบโตเล่าเรียนรู้เลยทั้งๆ ที่ยังมีจิต (เหมือนกัน ดวงเดียวกัน) อีกดวง ยังเป็นเทพเจ้าบนสวรรค์นั้นเป็นไปตามความจริงไม่ได้ ตามหลักที่ปรากฏในพระอภิธรรม[21][แก้] อ้างอิง
- ^ Matchett, Freda (2001). Krishna, Lord or Avatara?: the relationship between Krishna and Vishnu. 9780700712816. p. 4. ISBN 9780700712816. http://books.google.com/?id=1oqTYiPeAxMC&pg=PA4.
- ^ Introduction to World Religions, by Christopher Hugh Partridge, pg. 148, at Books.Google.com
- ^ Kinsley, David (2005). Lindsay Jones. ed. Gale's Encyclopedia of Religion. 2 (Second ed.). Thomson Gale. pp. 707–708. ISBN 0-02-865735-7.
- ^ Bryant, Edwin Francis (2007). Krishna: A Sourcebook. Oxford University Press US. p. 18. ISBN 9780195148916. http://books.google.com/?id=0z02cZe8PU8C&pg=PT32.
- ^ 5.0 5.1 5.2 Sheth, Noel (Jan. 2002). "Hindu Avatāra and Christian Incarnation: A Comparison". Philosophy East and West (University of Hawai'i Press) 52 (ฉบับที่ 1 (Jan. 2002)): 98–125. doi:10.1353/pew.2002.0005. http://www.jstor.org/stable/1400135.
- ^ Hawley, John Stratton; Vasudha Narayanan (2006). The life of Hinduism. University of California Press. pp. 174. ISBN 9780520249141. http://books.google.com/?id=7DLj1tYmoTQC&pg=PA174.
- ^ Grimes, John A. (1995). Gaṇapati: song of the self. SUNY Press. pp. 105. ISBN 9780791424391. http://books.google.com/?id=aoqB4n95pSoC&pg=PT105.
- ^ Phyllis Granoff, "Gaṇeśa as Metaphor," in Robert L. Brown (ed.) Ganesh: Studies of an Asian God, pp. 94-5, note 2. ISBN 0-7914-0657-1
- ^ Grimes, pp. 100-105.
- ^ Parrinder, Edward Geoffrey (1982). Avatar and incarnation. Oxford: Oxford University Press. pp. 88. ISBN 0-19-520361-5.
- ^ Winternitz, Moriz; V. Srinivasa Sarma (1981). A History of Indian Literature, Volume 1. Motilal Banarsidass. pp. 543–544. ISBN 9788120802643. http://books.google.com/?id=JRfuJFRV_O8C&pg=PA543.
- ^ Soifer, pp. 91-92.
- ^ Lutgendorf, Philip (2007). Hanuman's tale: the messages of a divine monkey. Oxford University Press US. p. 44. ISBN 9780195309218. http://books.google.com/?id=fVFC2Nx-LP8C&pg=PT333&dq=avatara+Hanuman&cd=1#v=snippet&q=avatara%20%20Shiva.
- ^ Catherine Ludvík (1994). Hanumān in the Rāmāyaṇa of Vālmīki and the Rāmacaritamānasa of Tulasī Dāsa. Motilal Banarsidass Publ.. pp. 10–11. ISBN 9788120811225. http://books.google.com/?id=KCXQN0qoAe0C&pg=PA10&dq=Hanuman+Rudra&cd=2#v=onepage&q=Hanuman%20Rudra.
- ^ Sontheimer, Gunther-Dietz (1990). "God as King for All: The Sanskrit Malhari Mahatmya and it's context". In Hans Bakker. The History of Sacred Places in India as Reflected in Traditional Literature. BRILL. ISBN 9004093184. http://books.google.com/books?id=McwUAAAAIAAJ&pg=PA129&dq=khandoba&as_brr=3&sig=ehrDuvjgTUjPr6SBpxYdUXEGjy0#PPP1,M1. p.118
- ^ Sontheimer, Gunther-Dietz (1989). "Between Ghost and God: Folk Deity of the Deccan". In Alf Hiltebeitel. Criminal Gods and Demon Devotees: Essays on the Guardians of Popular Hinduism. SUNY Press. ISBN 0887069819. http://books.google.com/books?id=CLmuJhU3wC8C&pg=PA299&dq=Between+Ghost+and+God+Sontheimer&ei=LFVwR-f4NIyEiQHq5_B1&sig=_KDFDF3dMBnCxpRu5wSOkVP1tus. p.332
- ^ Brown, Cheever Mackenzie (1990). The triumph of the goddess: the canonical models and theological visions of the Devī-Bhāgavata Purāṇa. SUNY Press. p. 32. ISBN 9780791403631. http://books.google.com/?id=erENsMcblGAC&pg=PA32.
- ^ Hindu Avatāra and Christian Incarnation: A Comparison, Noel Sheth Philosophy East and West, Vol. 52, No. 1 (Jan., 2002), pp. 98, 117.
- ^ Brown, p. 270.
- ^ พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. ราชบัณฑิตยสถาน. 2548. หน้า 78-79.
- ^ พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. ราชบัณฑิตยสถาน. 2548. หน้า 78-79.
"ทศาวตาร" หรือ "นารายณ์สิบปาง" หรือ อวตารทั้งสิบของพระวิษณุ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ลัทธิไวษณพนิกาย (นับเวียนตามเข็มนาฬิกา) มัตศยาวตาร (ปลา), กูรมาวตาร (เต่า), วราหาวตาร (หมูป่า), วามนาตาร (พราหมณ์ค่อม), กฤษณาวตาร (พระกฤษณะ), กัลกยาวตาร (อัศวินม้าขาว), พุทธาวตาร (พระศากยโคดมพุทธเจ้า), ปรศุรามาวตาร (รามผู้ถือขวาน), รามจันทรวาตาร (พระราม), นรสิงหาวตาร (นรสิงห์, คนครึ่งสิงห์) ส่วนรูปตรงกลางเป็นรูปพระกฤษณะและเหล่าสาวก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น